ยอ Morinda citrifolia (Linn.) Rubiaceae

ชื่ออื่นๆ : มะตาเสือ , ยอบ้าน , แยใหญ่ , Indian mulbuury

 
   
              ยอ เป็นไม้ยืนต้นสูง 2- 6 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามรูปวงรี กว้าง 8- 15 ซม. หูใบอยู่ระหว่างโคนก้านใบ ดอกช่อ
ออกที่ซอกใบ ฐานดอกอัดกันแน่นเป็นรูปทรงกลม กลีบดอกสีขาว ผลเป็นผลสด เชื่อมติดกันเป็นผลรวม ผิวเป็นตุ่มพอง         
              ต้นยอในประเทศไทยมี 2 ชนิด มียอบ้านและยอป่า ยอบ้านขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด ปลูกง่ายแต่จะเจริญเติบโต
ได้ดี ในที่มีความชุ่มชื้น เติบโตได้เองตามธรรมชาติ จึงปลอดจากสารเคมี นอกจากนี้รากของต้นยอที่มีอายุ 3-4 ปี ยังใช้เป็น
สีย้อมผ้า โดยเปลือกและรากจะให้สีแดง ส่วนเนื้อในเปลือกจะให้สีเหลือง ใช้ย้อมผ้าฝ้ายจะให้สีคงทน 
   
                       การบริโภคลูกยอในต่างประเทศ
 


              มีการค้นพบว่า ยอนั้นเป็นพืชที่ขึ้นอยู่ทั่วไปในหลายประเทศทั่วโลก มีการนำผลลูกยอมาใช้รับประทานกว่า 2,000 ปี
ในหมู่เกาะโพลินีเซีย จีน อินเดีย หมู่เกาะแปซิฟิกทางตอนใต้ ตาฮิติ ฮาวาย มาเลเซีย หรือบริเวณพื้นดินที่เป็นดินภูเขาไฟและ
ปราศจากมลพิษ พืชชนิดนี้เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ในประเทศไทยรู้จักกันในชื่อ "ลูกยอ" ในมาเลเซีย รู้จักกันในชื่อ" เมอกาดู" (Mergadu) ในเอเชียใต้เรียกว่า "นเฮา" (Nhau) แถบหมู่เกาะตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิคเรียกกันว่า "โนนู"และในเกาะ
ชามัว ทองกา, ราราทองกา, ตาฮิติ เรียกกันว่า "โนนิ "
              "ลูกยอ"เป็นสิ่งที่มีคุณค่าและจำเป็นอย่างหนึ่งในวัฒนธรรมของชาวโพลินีเซีย ได้มีการนำลูกยอมาใช้ทำอาหารกว่า
หลายพันปี ชาวโพลินีเซียจะรับประทานผลลูกยอเพื่อให้แข็งแรง ลูกยอได้เข้ามาเป็นอาหารหลักของชาวราราทองก้า, ชามัว
และฟิจิ พวกเขารับประทานทั้งผลดิบและผลสุก ชาวพื้นเมืองของออสเตรเลียชื่นชอบผลลูกยอมาก ในพม่าผลดิบของมันถูก
นำไปใช้ในการประกอบอาหาร ขณะที่ผลสุกจะรับประทานกับเกลือ เมล็ด ใบ เปลือกไม้และรากก็นำมาบริโภคกันได้ทั้ง
ครอบครัว เป็นที่น่าประหลาดใจว่าทุกๆส่วนของต้นยอมีคุณค่าและใช้ประโยชน์ได้ทั้งเมล็ด เปลือก ราก และดอก ด้วย
คุณภาพที่ดีของพืชมหัศจรรย์นี้ ชาวโพลินีเซียจึงนำลูกยอเป็นยารักษาโรคและอาการเจ็บป่วยโดยการรับประทานอย่างเดียว
หรือนำมาผสมกับสมุนไพรอื่นๆ

                                      คุณค่าทางโภชนาการ

 

              น้ำลูกยอ ประกอบด้วยสารอาหารและแร่ธาตุต่างๆมากมาย เช่น โซเดียม, โพแตสเซียม, เหล็ก, แคลเซียม, ฟอสฟอรัส
ซัลเฟอร์, กรดโพลิค, กรดอะมิโน, วิตามิน A, C, E, B1, B2, B6, B12, B5, แคโรทีน และสารอาหารอื่นๆ
น้ำลูกยอมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย ป้องกันมะเร็งได้อีกด้วย 

                       วิธีรับประทานลูกยอแบบต่างๆ

 

              1. แก้อาเจียน ใช้ผลดิบหรือห่ามฝานเป็นชิ้นบางๆ ย่างหรือคั่วไฟอ่อนๆให้เหลือง ใช้ครั้งละ 2 กำมือ หรือน้ำหนัก
ประมาณ 10-15 กรัม ต้มหรือชงน้ำดื่มจิบ ให้จิบทีละนิดไปเรื่อยๆ เพราะในคนที่อาเจียนรับประทานอะไรเข้าไปมากๆไม่ได้
อยู่แล้ว เมื่อจิบไปเรื่อยๆ จะลดอาการคลื่นไส้อาเจียน
              2. รับประทานลูกสุกเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เพียงแต่นำลูกยอที่สุกงอมมาจิ้มเกลือน้ำตาลรับประทาน แต่ก็จะยากสำหรับคน
ที่ไม่ชอบกลิ่นลูกยอ
              3. รับประทานลูกดิบแก่ๆ เป็นการหลีกเลี่ยงกลิ่นเหม็นของลูกยอคือเอาลูกดิบที่แก่ เม็ดข้างในแข็งแล้ว นำมาฝานเป็น
ชิ้นบางๆ นำมาจิ้มเกลือ หรือเอามายำ หรือตำเป็นแบบส้มตำโดยใช้แทนมะละกอ
              4. หากต้องการเก็บไว้กินนานๆ ให้นำลูกยอแก่มาฝานเป็นแว่นบางๆตากแดดให้แห้ง บดเป็นผงให้ละเอียด เวลาใช้
นำมาชงละลายน้ำร้อนหรือปั้นผสมกับน้ำผึ้งรับประทาน โดยใช้ครั้งละ 1-2 ช้อนชา หรือ 1-2 เม็ด หลังอาหาร ปัจจุบันมีการ
ผลิตออกมาเป็นผงบรรจุอยู่ในแคปซูลเก็บไว้ได้นานและพร้อมรับประทานง่ายๆ
              5. น้ำลูกยอ (Noni Juice) เพื่อให้ได้ประโยชน์และสรรพคุณที่หลากหลายของยอ และช่วยให้การบริโภคที่ควรได้
รับเป็นประจำสะดวกขึ้น จึงมีการผลิตออกมาเป็นน้ำลูกยอเพื่อช่วยในการดูแลสุขภาพ

                       สรรพคุณพื้นบ้านของลูกยอไทยตามตำรับยาแผนโบราณ
 

               ยอเป็นกลุ่มยาร้อน ใช้แก้อาการมือเท้าตาย ยอเหมาะกับคนที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ปวดตามข้อ ช่วยแก้โรคหวัด
มีฤทธิ์เพิ่มภูมิต้านทาน โดยเฉพาะผลยอจะช่วยแก้อาเจียน ขับลม บำรุงธาตุ โดยการใช้ผลยอที่ไม่สุกหรือดิบเกินไป หั่นปิ้งไฟ
พอเหลืองกรอบ ต้มเอาน้ำเป็นกระสาย หรือต้มชงดื่มเอาน้ำที่ได้จิบที่ละน้อยแต่บ่อยครั้ง ผลสุกช่วยขับระดู ผลดิบมีคุณสมบัติ
ในการรักษาโรคเหงือก น้ำคั้นบรรเทาอาการเจ็บ
              การที่ผลโตเต็มที่แต่ยังไม่สุกของยอ ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ เพราะมีสาร Asperuloside ซึ่งออกฤทธิ์
ลดอาการคลื่นไส้อาเจียน ผลยอดิบหรือห่าม ใช้รับประทานเป็นยาแก้คลื่นไส้อาเจียนชนิดที่ไม่รุนแรงได้ สารแอนทราควิโนน
ช่วยระบายท้อง แก้ท้องอืดเฟ้อขับพยาธิตัวกลมและเส้นด้าย ช่วยขับเลือดหลังการคลอดบุตร ห้ามใช้เวลามีครรภ์อาจทำให้
แท้งได้ โขลกผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอน กินครั้งละขนาดเท่าผลพุทราไทย 1-2 ลูก เป็นยาขับผายลม อาจใช้ตากแห้งหนัก 5
กรัม ชงน้ำร้อนดื่มก่อนอาหารเช้า - เย็นได้

                                     สรรพคุณที่โดดเด่นของลูกยอ
 

             ผลิตภัณฑ์ "น้ำผลไม้ลูกยอ" อุดมไปด้วยเอ็นไซม์ โปรซีโรเนส (Proxeronase) และสารโปรซีโรนีน(Proxeronene) ซึ่งเมื่อทานแล้วจะรวมตัวกันเป็น ซีโรนีน(Xeronene) ในลำไส้ใหญ่ และถูกดูดซึมเข้าสู่เซลล์ต่างๆ ภายในร่างกาย และยังมี
สารอาหารที่มีประโยชน์มากมายจากผลลูกยอ
              ในปัจจุบันน้ำลูกยอถูกจัดว่าเป็นอาหารเสริมที่ดีมาก เพราะจากประโยชน์ดังกล่าวข้างต้นแล้ว สารแอลคาลอยด์ที่เรียกว่า
สารซีโรนีน ซึ่งมีความสำคัญในการทำงานของโปรตีนในร่างกาย ระดับปกติของซีโรนีนในวันเด็กหรือวัยหนุ่มสาวมีจำนวน
ไม่มากและจะเริ่มลดลงไปอีกเมื่ออายุมากขึ้น เมื่อระดับของซีโรนีนลดลงเซลล์ต่างๆในร่างกายก็เริ่มทำงานผิดปกติไป สำหรับ
ผู้สูงอายุ ผู้ที่ทำงานหนัก มีภาวะเครียดสูง การบริโภคน้ำลูกยอจะทำให้ร่างกายสดชื่นแข็งแรงมากขึ้นความเจ็บป่วยต่างๆ
จะค่อยๆทุเลาลง

                                    ประโยชน์ทางการแพทย์และการช่วยดูแลสุขภาพ
 

              สารซีโรนีนได้มาจากการเปลี่ยนสารโพรซีโรนีน(Proxeronine)  ซึ่งมีอยู่มากในสับปะรดและลูกยอ ซึ่งการเปลี่ยน-
แปลงสารโพรซีโรนีนให้เป็นซีโรนีนต้องอาศัยเอ็นไซม์โพรซีโรเนส (Proxeronase) ซึ่งปกติจะมีอยู่ในร่างกายของคนเรา
แต่มีอยู่ในปริมาณที่น้อยกว่าปกติ และเมื่อร่างกายได้รับสารโพรซีโรนีนเพิ่มขึ้นจะทำให้การสังเคราะห์สารซีโรนีนเพิ่มขึ้น
ตามไปด้วย 
              สารโพรซีโรนีนจะถูกเก็บไว้ที่ตับทุกๆ 2 ชั่วโมง สมองจะสั่งงานไปที่ตับให้ปล่อยซีโรนีนออกสู่กระแสเลือดไปยัง
ส่วนต่างๆของร่างกาย การได้รับโพรซีโรนีนมากพอเพียงจากลูกยอมีผลทำให้ร่างกายสามารถสร้างซีโรนีนได้ในปริมาณที่สูง
และในยามที่เผชิญต้องกับความเครียด หรือมีปัญหาสุขภาพ ระดับสารซีโรนีนจะลดลง นอกจากนี้ในยามที่ร่างกายติดเชื้อ
หรือได้รับสารพิษ ความต้องการสารซีโรนีนก็จะเพิ่มสูงขึ้น และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับสารโพรซีโรนีนจากภายนอก
อย่างลูกยอ 
              จากผลการวิจัยในต่างประเทศแสดงให้เห็นว่าการทานลูกยออย่างสม่ำเสมอจะช่วยเสริมภูมิต้านทาน โดยการควบคุม
การทำงานของเซล การกระตุ้นให้สร้างเซลใหม่ทดแทนเซลเดิมที่ถูกทำลายไปดังนั้นลูกยอจึงช่วยเยียวยาร่างกายพร้อมกับ
สามารถใช้ลูกยอทานร่วมกับการรักษายาแผนปัจจุบันโดยการไปเสริมให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น ดังนั้นในการใช้ดูแลสุขภาพ
ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ให้ลองทานที่ละน้อยและค่อยๆเพิ่มขึ้นได้ รายงานการวิจัย พบว่ามีผลข้างเคียงน้อยมาก โดยมี <5%
อาการข้างเคียงที่อาจพบได้เช่น อาการท้องอืด ถ่ายเหลว (สำหรับคนธาตุอ่อนเพราะผลยอมีสรรพคุณในทางยาระบาย)

                                    สรรพคุณของลูกยอ
 

             1. ควบคุมสมดุลย์ของร่างกาย จากการวิจัยพบว่า สารซีโรนีน
(Xeronine) ซึ่งเป็นสารที่มีผลช่วยในการซ่อมแซม
ส่วนสึกหรอของร่างกาย ซึ่งสารชนิดนี้มีผลจับกับตัวรับ
(Receptor) ของสารเอ็นเดอร์ฟิน(Endorphin) ที่ทำให้มีความรู้สึก
เป็นสุขและอารมรณ์สดชื่น กระชุ่มกระชวย สารซีโรนีนจะมีผลจับกับตัวรับของเอ็นเดอร์ฟินโดยที่สารชนิดอื่นๆจะไม่สามารถ
จับได้ภายหลังการจับกันจะกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมี ซึ่งจะนำไปสู่ความกระปรี้กระเปร่า

             2. ล้างสารพิษและขจัดอนุมูลอิสระ คือการลดปริมาณของสารพิษในร่างกาย ซึ่งหลีกเลี่ยงการได้รับสารพิษและขจัด
สารพิษออกจากร่างกาย โดยสารพิษเหล่านี้ไปทำปฏิกิริยาทางเคมีกับส่วนประกอบของเซลเพื่อขัดขวางการเผาผลาญพลังงาน
รบกวนการส่งสัญญาณประสาท และทำลายอนุมูลชีวโมเลกุล การใช้ลูกยออาจจะช่วยให้ร่างกายสามารถขจัดของเสียและสาร-
พิษออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะสารประกอบที่เรียกว่าเอ็นไซม์ ซึ่งเป็นสารสำคัญที่มีในลูกยอจะช่วยในการ
ทำลายสารพิษและไขมันส่วนเกิน นอกจากนี้ยังให้กรดอะมิโนซึ่งจะทำหน้าที่ช่วยให้ตับทำหน้าที่ขจัดสารพิษอย่างสมบูรณ์

              3. ต้านอนุมูลอิสระ อนุมูลอิสระ หมายถึง โมเลกุลของออกซิเจนซึ่งถูกเปลี่ยนสถาพภายหลังจากที่ร่างกายนำเอา
ออกซิเจนมาใช้ในการเผาผลาญพลังงานทั่วไป ซึ่งเกิดจากอนุมูลอิสสระจากภายนอกหรือร่างกายสร้างขึ้นมาสาร สกัดของ
ลูกยอมีหลายชนิดที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ Carotenoids, Bioflavonoids, Morindone, Sterols, Magnerium,
Selenium,Vitamins E, Vitamin C, Damnacanthal, Beta-carotene

              4. เสริมภูมิต้านทาน ลูกยอมีผลต่อการกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์(T-cell)ซึ่งมีความสำคัญในการป้องกัน
การติดเชื้อ และจากการวิจัยลูกยอมีผลเสริมภูมิต้านทานโดยกระตุ้นการทำงานของต่อมธัยมัส(Thymus) ในผลลูกยอจะช่วยให้
ต่อมไร้ท่อมีประสิทธิภาพในการสร้างเม็ดเลือดขาวและในการทำลายเชื้อโรค เม็ดเลือดขาวจะใช้กระบวนการกินเชื้อโรคเข้าไป
ในตัวมันเอง และใช้เอนไซม์ทำลาย ซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่า Phagocytosis ซึ่งต้องกระตุ้นจากผลลูกยอเช่นเดียวกัน

              5. ป้องกันมะเร็ง จากการค้นคว้าเกี่ยวกับลูกยอกับการป้องกันโรคมะเร็งแสดงให้เห็นว่า ลูกยอน่าจะมีผลในการเสริม
ฤทธิ์ ต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างภูมิต้านทานและยังช่วยให้เซลล์ที่ผิดปกติกลับมาทำงานได้อย่างปกติ ซึ่งลูกยอช่วยทำให้เซลล์
ที่มีความผิดปกติเปลี่ยนเป็นเซลล์ปกติเพราะสารโปรซีโรนีนจะถูกร่างกายเปลี่ยนให้เป็นซีโรนีน ซึ่งสารนี้มีผลในการควบคุม
การทำงานของเซลล์ให้เป็นปกติ

              6. ลดความดันโลหิตสูง จากการค้นคว้าของนักวิจัยสามารถสกัดสารสโคโบเลติน(Scopoletin)จากลูกยอ ซึ่งสาร
ชนิดนี้มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดโดยไปจับกับตัวรับของสารซีโรโทนิน(Serotonin)เนื่องจากความดันเลือดสูงจะถูกกำหนดโดย
การทำงานของหัวใจที่เต้นเร็วและรุนเแรงกว่าปกติ รวมทั้งการหดตัวของหลอดเลือดที่มีผลทำให้ความดันเลือดสูง ดังนั้นการ
ทำให้หลอดเลือดขยายตัวจึงมีส่วนทำความดันเลือดลดลง 

              7. ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด จากการค้นคว้าพบว่าอนุมูลอิสระเป็นองค์ประกอบในการทำให้เส้นเลือดถูก
ทำลายซึ่งมีผลต่อภาวะหัวใจขาดเลือด สารที่สำคัญของลูกยอมีด้วยกันมากมาย ส่วนที่มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระได้แก
วิตามินและเกลือแร่หลายชนิด ซึ่งการออกฤทธิ์มีประโยชน์ในการป้องกันภาวะหลอดเลือดตีบตัน จึงช่วยป้องกันการเกิดโรค
หัวใจขาดเลือด อัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคความเสื่อมต่างๆมากมาย

              8. บรรเทาการปวดและต้านการอักเสบ การศึกษาสารซีโรนีนพบว่า มีผลช่วย ในการทำให้การสังเคาระห์โปรตีน
เป็นไปแบบปกติ และสารซีโรนีนมีตำแหน่งการออกฤทธิ์ใกล้เคียงกับตัวรับของสารเอนเดอร์ฟิน การกระตุ้นตัวรับเอนเดอร์ฟิน
จึงมีผลในการบรรเทาอาการปวดได้โดยตรง

              9. ควบคุมการทำงานของระบบทางเดินอาหาร สาร Anthaquinones ที่พบในลูกยอมีผลออกฤทธิ์กระตุ้น
กระบวนการย่อยอาหารโดยตรง ทั้งนี้จะเพิ่มปริมาณน้ำย่อยเอนไซม์ และกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำดีให้มีประสิทธิภาพ
ลูกยอมีผลในการควบคุมสภาวะสมดุลย์ของกรด-ด่างให้เป็นเป็นปกติ เนื่องจากเชื้อราและสารพิษชนิดต่างๆทำให้เซลล์เสื่อม
ลงและทำให้มีความเป็นกรดภายในเซลล์เพิ่มขึ้น การปรับภาวะกรด-ด่างให้สมดุลย์จึงมีผลช่วยให้การดูดซึมของวิตามิน เกลือแร่
และโปรตีน

              10. การใช้พลังและอารมณ์ ลูกยอมีผลเกี่ยวข้องกับสารสื่อประสาทหลายชนิด อาทิ Scopoletin , Serotonin
Xeronine, Endorphin ซึ่งมีผลควบคุมอารมณ์ของคนเราโดยตรงรวมทั้งการทำงานของร่างกายคนเราด้วย นอกจากนี้ยัง
ผลกระตุ้นการทำงานของต่อมไพเนียล (Pineal Gland)ในสมอง และมีผลหลั่ง Serotonin และ Melatonin ซึ่งจะออกมา
ในกระแสเลือดและสารทั้งสองชนิดนี้มีหน้าที่ควบคุมการนอนหลับ ลูกยอมีผลต่อการควบคุมการใช้พลังงานในร่างกายที่มี
ประสิทธิภาพและช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและทำให้อารมณ์เป็นสุขเพราะสารXeronineจะกระตุ้นการทำงานของ
Endorphin จึงทำให้เกิดอารมณ์เป็นสุขสดชื่น

                      ซีโรนีน ( Xeronine ) มีหน้าที่สำคัญ คือ
 

1. ช่วยให้ปฏิกิริยาชีวเคมีในเซลล์ดีขึ้น ปรับสภาพความเป็นกรดด่างของร่างกายให้อยู่ในสภาพสมดุลที่ดี
2. เสริมภูมิต้านทานการติดเชื้อ
3. ทำให้เซลล์ต่างๆ มีความแข็งแรงสมบูรณ์ทำหน้าที่เป็นปกติขึ้น ช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่ถูกทำลาย ฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมโทรม 
    กระตุ้นเซลล์เกิดใหม่เพื่อมาทดแทน หยุดและทำลายเซลล์ผิดปกติไม่ให้เติบโตลุกลามไป อันอาจจะเป็นต้นกำเนิดของ
    เนื้อร้าย หรือส่งผลอันตรายต่ออวัยวะต่างๆ
4. กระตุ้นต่อมรูปกรวยใต้สมอง (Pineal Body) ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างสาร เซโรโทนิน (Serotonin)
    และสารเมลาโทนิน (Melatonin) เพื่อกระตุ้นและเสริมการทำงานของ ต่อมต่างๆ ในร่างกายให้ทำงานตามปกติขึ้น เช่น
       - ต่อมสร้างฮอร์โมนเพศ
       - ต่อมไธรอยด์ : เกี่ยวกับ กระบวนการเผาผลาญอาหาร
       - ต่อมไธมัส : เกี่ยวกับ การทำงานของภูมิคุ้มกัน
       - ต่อมหมวกไต : เกี่ยวกับ อารมณ์ / ความเครียด
       - ตับอ่อน :เกี่ยวข้องกับการควบคุมน้ำตาล

                                    สารที่พบในลูกยอ
 

       - Anthraquinone
   ต้านเชื้อไวรัส และ HIV ช่วยควบคุม การติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
       - Damnacanthal  ช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์ระยะก่อนมะเร็ง เปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลายเป็นเซลล์ที่ดีได้
       - Terpenes  ช่วยการสร้างเซลล์ใหม่ ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
       - B-Sitosterol  ช่วยลดคลอเรสเตอรอลในเส้นเลือด ช่วยผู้มีปัญหาต่อมลูกหมากโต และป้องกันการเกิดมะเร็งบาง
             ประเภทได้ และกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
       - Asperuloside  ช่วยลดการเกร็งตัวของกระเพาะและลำไส้ ช่วยแก้อาการเจียนได้, แก้อักเสบ, ต้านอนุมูลอิสระ
       - Phytonutrients , Ascorbic acid and Selenium ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
       - Polysaccharides  ช่วยเพิ่มจำนวน และกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
       - Pectin  ลดการดูดซึมไขมันและน้ำตาลในลำไส้
       - Eugenol  ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อเรียบ, แก้ปวด
       - Ursolic acid  สารต้านอิสตามีน แก้แพ้, ต่อต้านมะเร็ง หรือเนื้อร้าย
       - Limonene  ช่วยต่อต้านมะเร็ง หรือเนื้อร้าย
                                    ประโยชน์ของใบยอ
 

ปรุงอาหาร ส่วนของใบอ่อน ลวกหรือต้มให้สุก ทำเป็นผักจิ้มน้ำพริก ปรุงเป็นแกงจืดแกงอ่อมหรือใช้เป็นผักรองก้นกระทง
ห่อหมก ผัดไฟแดง
ประโยชน์ทางยา- ช่วยบำรุงธาตุ แก้ไข้ แก้เบาหวาน ผล ช่วยเจริญอาหาร ฟอกเลือด แก้คลื่นเหียนอาเจียนคั้นเอาน้ำสระผม
แก้เหา ทาแก้ปวดข้อนิ้วมือนิ้วเท้า ใบย่างสดนำมาประคบแก้ปวดบวม อักเสบ แก้โรคเก๊าต์ ต้มดื่ม แก้ไข้ บำรุงธาตุ แก้ท้องร่วง
ในเด็ก ทาเหงือกแก้บวม ช่วยบำรุงธาตุ แก้ไข้ แก้เบาหวาน ผล ช่วยเจริญอาหาร ฟอกเลือด แก้คลื่นเหียนอาเจียน

ข้อมูลอ้างอิง :
       - สมุนไพร ไม้พื้นบ้าน เล่ม 4 ,สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล,2543
       - ประโยชน์และคุณค่า น้ำลูกยอ , เภสัชกรหญิงเรืองราศรี โรจนรุจิรัตน์ (เรียบเรียง), 2546
 
 
home  Noni Product  |  Product  |  Thai herbal  |  Contact us
        
Natural Power Noni : 49/9 M.6 Tonphoa Muang Singburi Thailand 16000 Mobile.+66-86 044-1406